Ong..'s profile—¤÷(`[¤* B a r B y *¤]´)...PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    October 26

    Le disable au corps (รักร้าย)

    ด้วยแรงกระตุ้นบางอย่าง ทำให้ฉันเดินเข้าร้านหนังสือแถวบ้าน .. ร้านที่ไม่มีสมาชิก ไม่มีห่อปก ไม่มีการลดราคา .. เมื่อได้หนังสือที่ต้องการแล้วฉันก็ยังเพลิดเพลินต่อกับการเลือกหนังสือหลากหลายในร้าน (ทั้งๆที่มีหน้งสือที่ซื้อไปแต่ยังอ่านไม่จบและไม่ได้อ่านอีกหลายเล่ม)

    ฉันสะดุดตากับขนาดกระทัดรัดของหนังสือ 'สำนักพิมพ์หนึ่ง' นี่เสียจริง มันช่างเหมาะสำหรับการพกพาไปอ่านระหว่างเดินทาง หนังสือที่ไม่หนา กระดาษที่ใช้ทำปก ที่ฉันอาจจะทึกทักไปเองว่ามันกันน้ำได้ดีกว่าหนังสือทั่วไป แถมราคายังย่อมเยาว์กว่าหนังสือจากสำนักพิมพ์อื่น .. ฉันตัดสินใจเลือกหนังสือของสำนักพิมพ์นี้สองสามเล่มกลับไปบ้าน ในใจนั้นคิดว่าจะเอาไว้หยิบไปอ่านเวลาเดินทาง .. 

    คืนนั้นฉันฉลองวันหยุดด้วยการอ่านหนังสือรวดเดียวจบไปสองเล่ม .. วันรุ่งขึ้น ฉันพยายามจะตื่นไปใส่บาตรแต่เช้า ด้วยความที่ว่าเป็นวันเกิดของใครบางคน .. แต่ฉันก็ตื่นสายเกินกว่าที่พระท่านจะรอไหว .. และด้วยความที่ว่าช่วงหลังๆฉันเลิกงานเย็นมากกลับบ้านก็มืดแล้ว ไม่มีเวลาให้ลูกชายในการที่จะพาเค้าไปเดินเล่น ฉันเลยตัดสินใจพา'ทองม้วน' ลูกชายสี่ขาขนฟูสุดที่รัก ไปเดินเล่นสูดอากาศสดชื่นยามเช้า 

    ลมเย็นเอื่อยๆ พัดน้ำในทะเลสาบเล็กๆ ใกล้ๆบ้านกระเพื่อนเป็นระลอก .. ฉันชอบที่จะมายืนคิดอะไรตามลำพังที่นี่ .. การสัมผัสกับธรรมชาติ มันจะทำให้ฉันสงบ และ คิดอะไรออกเสมอ 'วันหยุดนี้จะทำอะไรดีนะ?' นึกถึงงานที่ยังคั่งค้าง และกองหนังสือที่ยังไม่ได้อ่านในห้อง ... ใช่แล้ว!! ชั้นจะใช้เวลาให้สมกับที่มันเป็นวันหยุด หลังจากไม่มีเวลาอ่านหนังสือที่อยากอ่านมาหลายเดือนแล้ว หลังจากงานยุ่งๆที่สุมหัวอย่างต่อเนื่อง ^^

    ฉันกลับขึ้นไปบนห้อง .. ประตูหลังห้องเปิดออกเพื่อรับลมหนาว หนังสือสองเล่มเป็นประเภทที่แตกต่างกัน ถูกอ่านจบอย่างรวดเร็ว .. ทุกครั้งที่อ่านหนังสือจบเล่ม ฉันจะปล่อยความคิด และ จินตนาการ เกี่ยวกับเรื่องราวในหนังสือนั้นล่องลอย ซักพักมันจะตกตะกอนออกมาเป็นบทสรุปของหนังสือดังกล่าว 

    วันนี้เรื่องที่สองล่องลอยอยู่ในหัวของฉันอยู่นาน จนกระทั่งฉันต้องอ่านมันอีกครั้งรอบที่สอง .. หนังสือขนาดกระทัดรัด ที่ปกหลังเปรยว่า "ผมขอบคุณการเข้าใจผิด สรุปก็คือผมดีใจที่ได้รู้จักความเจ้บปวดในชั่วขณะหนึ่ง อย่างน้อยผมก็เชื่อเช่นนั้น" ..




    .. นวนิยาย เรื่อง Le disable au corps หรือ รักร้าย เขียนโดย Reymond Radiguet งานชิ้นเอกของนักเขียนชาวฝรั่งเศส ที่เสียชีวิตไปแล้วเมื่อ 80 ปีก่อน การเขียนสไตล์นีโอคลาสสิก ที่ตัวเอกเป็นผู้เล่าเรื่อง .. ต้องขอบคุณ อธิชา มัญชุนากร กาบูล็อง ที่ทำให้อ่านงานเขียนที่วางไม่ลงเล่มนี้ได้อย่างมีสีสรร ทำให้อดคิดไม่ได้ว่า หากฉันเชี่ยวชาญภาษาฝรั่งเศสและได้อ่านมันด้วยตัวเองจะเป็นผลงานที่จับใจซักเพียงไหน

    เรื่องราวความรักต้องห้ามของหนุ่มน้อยวัยสิบหก กับสาวรุ่นพี่วัยสิบเก้าที่เพิ่งจะแต่งงานไปกับทหารคู่หมั้นของเธอ .. ด้วยความประทับใจในกันและกัน ตั้งแต่แรกเจอ หญิงสาวที่ต้องอยู่บ้านเพียงลำพัง กับ หนุ่มน้อยผู้เอาใจใส่ ช่างสังเกต และฉลาดเฉลียว ประกอบกับการที่สามีต้องออกไปรบและจะกลับมาเป็นบางช่วงเวลาเท่านั้น ทำให้ความรักของสองหนุ่มสาวพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว และ ไม่มีอะไรที่จะหยุดพวกเข้าได้แม้กระทั่งพ่อและแม่ของพวกเค้าเอง

    .. ภาพบรรยากาศของชนบทในยุโรปช่วงสงคราม ลำธารน้ำ ป่าสน ทุ่งดอกไม้ เหมือนในหนังที่เคยดู ผุดขึ้นเป็นฉากๆท่ามกลางตัวละครที่โลดแล่นในหนังสือ 

    การเล่าเรื่องโดยใส่ความรู้สึกนึกคิดของหนุ่มน้อยที่เป็นตัวละครเอกในเรื่องลงไปทุกช่วงทุกตอนของความผันแปร ของอารมณ์ และสถานการณ์ต่างๆนั้น มีหลายช่วงหลายตอนเหลือเกินที่บอก'ความจริง' หรือ ธรรมชาติของมนุษย์ได้อย่างถ่องแท้ 

    .. "มีแต่ความรักเท่านั้นที่ให้อภัยความไร้รสนิยมเยี่ยงนี้" 

    .. "ความสุขปลอมๆก็นำความทุกข์ที่แท้จริงของมนุษย์มาสู่ นั่นคือ ความหึงหวง" 

    .. "ไม่มีอะไรทำให้หมกมุ่นมากกว่าความรัก เราไม่ได้เกียจคร้าน เราจะปล่อยเวลาสูญเปล่า ความรักรู้สึกอย่างสับสนว่าสิ่งที่แตกแขนงจากตัวมันออกไปจริงๆคือการทำงาน และยังถือว่าการทำงานเป็นคู่แข่งของตน รวมทั้งไม่ยอมทนอะไรให้มาแข่งกับตนด้วย แต่ความรักเป็นความขี้เกียจที่มีคุณค่าเหมือนฝนพรำที่ทำใหพืชผลงอกงาม"

    ความลุ่มลึกและความฉลาดเฉลียวของผู้เขียน ปรากฎให้เห็นตั้งแต่หน้าแรกของนวนิยาย ด้วยการเปรียบเปรยสิ่งหนึ่งด้วยอีกสิ่งหนึ่งให้เห็นภาพได้อย่างคมคาย .. "สิ่งที่คนไร้เดียงสากว่าใครมองว่าเป็นเรื่องเพ้อฝันนั้น ผมเห็นว่าเป็นจริงพอๆกับแมวเห็นเนยแข็ง ถึงจะมีครอบแก้วปิดกั้นอยู่ อย่างไรก็มีเนยแข็งนั่นจริงๆ"

    จากข้อมูลเชิงอรรถท้ายหนังสือ .. Reymond Radiguet มีอายุเพียงยี่สิบปีตอนที่เขียนหนังสือเล่มนี้ เรื่องราวส่วนใหญ่มาจากชีวิตของเค้า และถือเป็นดาวรุ่งดวงใหม่ในแวดวงวรรณกรรมสมัยนั้น เค้าตายด้วยวัยเพียง ยี่สิบปี่ครึ่งและมีงานนวนิยายออกมาสองเล่มเทานั้น ผลงานชิ้นนี้เป็นที่โจษจันและถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์หลายครั้ง (อยากจะเห็นภาพยนตร์ที่ว่าเหมือนกันแฮะ) หนังสือขนาดฝ่ามือ ความยาว 168 หน้า .. หากใครชอบอ่านนวนิยาย ฉันขอแนะนำ ว่าเรื่องนี้จะไม่ทำให้คุณผิดหวัง 


    หมายเหตุ : ฉันรู้สึกว่าการรีวิวหนังสือครั้งนี้ ฉันคงได้อิทธิพลจากหนังสือเล่มนี้อยู่ไม่น้อย เพราะดูเหมือนเป็นการเล่าเรื่องให้คุณๆฟังเสียมากกว่า ^^)

    Comments (9)

    Please wait...
    Sorry, the comment you entered is too long. Please shorten it.
    You didn't enter anything. Please try again.
    Sorry, we can't add your comment right now. Please try again later.
    To add a comment, you need permission from your parent. Ask for permission
    Your parent has turned off comments.
    Sorry, we can't delete your comment right now. Please try again later.
    You've exceeded the maximum number of comments that can be left in one day. Please try again in 24 hours.
    Your account has had the ability to leave comments disabled because our systems indicate that you may be spamming other users. If you believe that your account has been disabled in error please contact Windows Live support.
    Complete the security check below to finish leaving your comment.
    The characters you type in the security check must match the characters in the picture or audio.

    To add a comment, sign in with your Windows Live ID (if you use Hotmail, Messenger, or Xbox LIVE, you have a Windows Live ID). Sign in


    Don't have a Windows Live ID? Sign up

    Le tempswrote:
    ต้องหามาอ่าน !!!!
    Nov. 26
    Who am i ...wrote:
    เมื่อไหร่จะมีผลงานของตัวเองล่ะอ๋อง
    Oct. 31
    Ong.. Busabawrote:
    ตอนแรกก็นึกว่าจะเหมือน the reader นะ แต่จริงๆแล้วไม่เหมือน ..

    และก็ไม่โรแมนติกเท่าไหร่ด้วย .. ผู้เขียนเขียนออกแนวเย้ยหยันชีวิตตัวเองด้วยซ้ำ

    มีคำคมสวยๆ ที่เป็นความจริงของชีวิต แทรกอยู่ตลอดเรื่อง ถึงจะเย้ยหยันก็เถอะ .. ชอบมากก

    และตอนจบ .. ขอบอกว่า สะใจ !!!!
    Oct. 27
    H o n Gwrote:
    :)
    Oct. 27
    Oct. 26
    55 โจ้.. ถ้ามีต่อมโรแมนติกจริงๆ ก้อช่วยตะกิดตะกิด พี่มั่งเด้อ...
    บางขณะ ฉันเคย อ่านกลอนรักแล้วไม่เข้าใจ...???
    แต่ ขณะ นี้ ฉันคงเริ่มสัมผัสมันได้อีกครั้ง..???
    Oct. 26
    ภาษาสวยเหลือเชื่อ เสียอย่างเดียวผมอ่านนิยายรักๆใคร่ๆแล้วหาวนอนทุกที สงสัยต่อมโรแมนติกตายด้าน
    Oct. 26
    ต้องไปหาหนังสือเล่มนี้มาอ่านบ้างแล้วล่ะค่ะ

    รู้สึกร้างลาร้านหนังสือไปเสียนาน

    ขอบคุณมากนะคะพี่อ๋องที่มีรีวิวให้อ่านก่อน

    ปล.เรื่องนี้ธีมคล้ายๆThe Readerนิดๆนะคะ
    Oct. 26

    ไม่ว่าคนเราจะมีเทคโนโลยีที่อำนวยความสะดวกสบายแค่ไหน จะยังไง...

    ก็ไม่สามารถทดแทน...ธรรมชาติ คือประโยคนี้ไง....

    .. การสัมผัสกับธรรมชาติ มันจะทำให้ฉันสงบ และ คิดอะไรออกเสมอ ..

    ------

    ความรัก และ ความเกลียด คือ ความว่างเปล่า

    Oct. 26

    Trackbacks

    The trackback URL for this entry is:
    http://barby00warn.spaces.live.com/blog/cns!93B6EFF8C73D7695!2774.trak
    Weblogs that reference this entry
    • None